Henderson

ข่าวสารฟุตบอล : หงส์เซ็ง”เฮนเดอร์สัน”อาจพักยาว3สัปดาห์

Henderson

ข่าวสารฟุตบอล : เดลี่ เมล สื่อเจ้าดังของอังกฤษเผยว่า จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมลิเวอร์พูล อาจจะต้องพักถึง 3 สัปดาห์จากอาการบาดเจ็บครั้งล่าสุด

มิดฟิลด์วัย 30 ปีได้รับบาดเจ็บจากเกมที่ทีมแพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยโดนเปลี่ยนออกจากสนามตั้งแต่นาทีที่ 30 ของเกม ซึ่งทาง เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ของทีมออกมายอมรับว่าอาการบาดเจ็บของนักเตะดูไม่ดีเท่าไรนัก

ในขณะที่ทางสโมสรยังไม่ออกมายยืนยันว่านักเตะจะต้องพักนานแค่ไหน ทาง เดลี่ เมล รายงานว่าทาง “หงส์แดง” อาจจะต้องเสีย เฮนเดอร์สัน นานถึง 3 สัปดาห์ นั่นทำให้เจ้าตัวกว่าจะกลับมาลงสนามอีกครั้งต้องรอถึงช่วงกลางเดือนหน้า

หากเป็นไปตามนั้นจะทำให้กัปตันคนเก่งจะชวดลงช่วยทีม 3 เกมในลีกที่จะเจอกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (เยือน), เชลซี (เหย้า) และ ฟูแล่ม (เหย้า) รวมถึงเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สองที่จะพบกับ ไลป์ซิก ในวันที่ 10 มีนาคม

 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล vs เอฟเวอร์ตัน [20.2

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล vs เอฟเวอร์ตัน [20.2.64]

 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล vs เอฟเวอร์ตัน [20.2

    ลิเวอร์พูล

    หงส์แดง แพ้ 3 นัดติดในลีกเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2014 โดยมีเพียง 2 ครั้งเท่านั้นในพรีเมียร์ลีก ที่พวกเขาแพ้ 4 เกมติดก็คือเดือนกันยายน ปี 1993 และพฤศจิกายนถึงธันวาคม ปี 2002

    เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันยืนยันแล้วว่า ฟาบินโญ่ และ เจมส์ มิลเนอร์ จะชวดแน่นอนเนื่องจากอาการบาดเจ็บ

    อย่างไรก็ตาม นาบี เกอิต้า มีลุ้นกลับมาเป็นตัวเลือกได้อีกครั้ง แต่ ดีโอโก้ โชต้า ที่เพิ่งกลับมาซ็อมได้ยังไม่พร้อมสำหรับนัดนี้

    เอฟเวอร์ตัน

    ทอฟฟี่ มีค่าเฉลี่ยเก็บได้เพียงแต้มเดียวต่อเกมจาก 8 นัดในลีกตั้งแต่เข้าสู่ปี 2021 ทว่าพวกเขาก็ไม่แพ้ 7 นัดเยือนในพรีเมียร์ลีก (ชนะ 5 เสมอ 2) และมีลุ้นทำสถิติสโมสรด้วยการไร้พ่าย 8 เกมนอกบ้าน ซึ่งเคยทำได้ในปี 2010 และ 2016

    คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนยืนยันว่า โดมินิก คัลเวิร์ต-ลูวิน กองหน้าดาวซัลโวจะฟิตกลับมาลงเล่นตัวจริงได้อีกครั้ง หลังจากพลาดมาตลอด 2 นัดหลังสุดจากปัญหาที่เอ็นหลังหัวเข่า

    นอกจากนี้ มิดฟิลด์อย่าง อัลลัน ก็จะกลับสู่ทีมได้เป็นครั้งแรกตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม หลังเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า แต่ เยร์รี มีน่า มีปัญหาที่น่องจะชวดแน่นอน

    11 ตัวจริงตามคาด

    ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อาลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์, โอซาน คาบัค, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน – เคอร์ติส โจนส์, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, ติอาโก้ อัลกันตาร่า – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่

    เอฟเวอร์ตัน (4-2-3-1) : จอร์แดน พิคฟอร์ด – เมสัน โฮลเกต, เบน ก็อดฟรี่ย์, ไมเคิ่ล คีน, ลูก้า ดีญ – อับดูลาย ดูกูเร่, ทอม เดวิส – ฮาเมส โรดริเกซ, กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน, ริชาร์ลิซอน – โดมินิก คัลเวิร์ต ลูวิน

    ผู้ตัดสิน : คริส คาวานาฟ

  ลิเวอร์พูล ดูต่อแพงเหลือเกิน เกินไปจากฟอร์มของพวกเขาในชั่วโมงนี้ แม้ เอฟเวอร์ตัน จะผลงานย่ำแย่ ทว่าด้วยศักดิ์ศรีแล้ว ยังไงก็ ทอฟฟี่ ก็ไม่ยอมแน่นอน สถิติช่วงหลังพบกันก็สูสีตลอด เชื่อว่าเกมนี้มีโอกาสลงเอยด้วยผลเสมอกันไป

    ผลที่คาด

    ลิเวอร์พูล เสมอ เอฟเวอร์ตัน 1-1

วิเคราะห์บอลเต็ง วันที่ 13.2.64

วิเคราะห์บอล ทีเด็ด บอล เต็ง 13 กุมภาพันธ์ 2564

วิเคราะห์บอล กับ รายการ ต้น เต้ เฮหรือเลี้ยว มาพบกับการวิเคราะห์ เจาะลึก ฟุตบอล ทุกลีก พร้อมทีเด็ดบอล เข้าทุกคู่

 
วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เลสเตอร์ ซิตี้ vs ลิเวอร์พูล [13.2

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เลสเตอร์ ซิตี้ vs ลิเวอร์พูล [13.2.64]

 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เลสเตอร์ ซิตี้ vs ลิเวอร์พูล [13.2

เลสเตอร์ ซิตี้ -VS- ลิเวอร์พูล

เวลา : 19:30 น.

สนาม : คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม

ถ่ายทอดสด : PPTV / True Premier Football HD1 / True Premier Football HD2

เรตราคาไทย : ลิเวอร์พูล ต่อ 0.25

ผลการพบกันทั้ง 2 ทีม

01/09/18 เลสเตอร์ ซิตี้ 1-2 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
31/01/19 ลิเวอร์พูล 1-1 เลสเตอร์ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก)
05/10/19 ลิเวอร์พูล 2-1 เลสเตอร์ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก)
27/12/19 เลสเตอร์ ซิตี้ 0-4 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
23/11/20 ลิเวอร์พูล 3-0 เลสเตอร์ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก)

ผลงาน 5 นัดหลังสุด


27/01/21 เสมอ เอฟเวอร์ตัน 1-1 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)
31/01/21 แพ้ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-3 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)
03/02/21 ชนะ ฟูแล่ม 2-0 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)
07/02/21 เสมอ วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-0 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)
10/02/21 ชนะ ไบรท์ตัน 1-0 (เหย้า, เอฟเอ คัพ)


24/01/21 แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-3 (เยือน, เอฟเอ คัพ)
28/01/21 ชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 3-1 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)
31/01/21 ชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-1 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)
03/02/21 แพ้ ไบรท์ตัน 0-1 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)
07/02/21 แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-4 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

สภาพทีมโดยทั่วไป


เจ้าถิ่น เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 3 บนตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกของผู้จัดการทีม เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ยังไม่มี เดนนิส ปราต, เวสเล่ย์ โฟฟาน่า, เวส มอร์แกน และ ติโมธี คาสตันเย่ บาดเจ็บ ส่วน เจมส์ จัสติน กับ อาโยเซ่ เปเรซ ต้องทดสอบความฟิต

ด้าน เจมี่ วาร์ดี้ หายเจ็บกลับมาแล้ว และลงสนามเป็นตัวจริงในเกมเอฟเอ คัพ รอบ 5 กลางสัปดาห์ จะออกสตาร์ทต่อพร้อม เจมส์ แมดดิสัน, ยูริ ตีเลอม็องส์, แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล, จอนนี่ อีแวนส์, มาร์ค อัลไบรท์ตัน, วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้, คักลาร์ โซยุน และ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ โดยมี เคเลชี่ อิเฮียนาโช่, ดาเนียล อมาร์ตีย์, น็อมปาลิส เมนดี้, ฮัมซ่า เชาดูรี่ และ เซนกิซ อุนแดร์ เป็นกองหนุน


ฟากทีมเยือน ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า และทีมอันดับ 4 ของเทรนเนอร์ เจอร์เก้น คล็อปป์ เพิ่งเสีย ฟาบินโญ่ ไปจากอาการบาดเจ็บอีกสมทบ เวอร์จิล ฟาน ไดค์, โจ โกเมซ, โฌแอล มาติป และ นาบี เกอิต้า ส่วน ดีโอโก้ โชต้า กลับมาซ้อมแล้ว นัดนี้ 2 เซ็นเตอร์แบ็กตัวใหม่คือ เบน เดวิส จาก เปรสตัน นอร์ธเอนด์ กับ โอซาน คาบัค จาก ชาลเก้ มีโอกาสประเดิมสนาม

โดย โอซาน คาบัค เตรียมจับคู่ปราการหลังตัวกลางกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ส่วนตำแหน่งอื่นยังประจำการด้วย จอร์จินิโอ ไวนัลดุม กับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ในแดนกลาง และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ใน 3 แนวรุก พร้อมมี เซอร์ดาน ชากิรี่, อเล็กซ์ ออกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, ดิว็อค โอริกี้ และ เคอร์ติส โจนส์ เป็นกำลังสำรอง

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม


เลสเตอร์ ซิตี้ (3-4-2-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – คักลาร์ โซยุนชู, จอนนี่ อีแวนส์, คริสเตียน ฟุคส์ – มาร์ค อัลไบรท์ตัน, วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้, ยูริ ตีเลอม็องส์, ริคาร์โด้ เปเรร่า – เจมส์ แมดดิสัน, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ – เจมี่ วาร์ดี้


ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โอซาน คาบัค, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – เจมส์ มิลเนอร์, ติอาโก้ อัลกันตาร่า, จอร์จินิโอ ไวนัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่

ความน่าจะเป็นของเกม

เลสเตอร์ ฟอร์มช่วงหลังยังดีมากด้วยการเก็บชัย 4 คะแนนใน 2 นัดหลังสุด แม้เก็บชัยเหลือเกมเดียวเท่านั้นจาก 4 นัดหลัง แต่สามารถซิวชัยรวม 5 เกมจากการลงสนาม 10 นัดหลัง และพ่ายเพียงเกมเดียวเท่านั้นตลอด 10 นัดที่ผ่านมา ส่วนเกมเหย้ามักทำได้ดี

ลิเวอร์พูล ฟอร์มระยะหลังออกอาการดร็อปไปมากหลังกลับมาคว้าชัย 2 นัดติด ก่อนแพ้รวด 2 นัดหลัง รวมทั้งเพิ่งพ่ายขาดลอยในเกมล่าสุด ทำให้เป็นความปราชัยรวม 3 เกมจาก 5 นัดหลัง และสามารถกำชัยเพียง 2 เกมเท่านั้นตลอด 9 นัดที่ผ่านมา แต่เกมเยือนสามารถทำได้มากขึ้น แมตช์นี้ “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” ไม่ได้เป็นรอง และกุมความได้เปรียบจากการเล่นในรังเก็บผลเสมอจาก “หงส์แดง” เอาไว้ได้

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้ [7.2

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้ [7.2.64]

 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้ [7.2

ลิเวอร์พูล

    หงส์แดง เสี่ยงต่อการแพ้ 3 นัดติดต่อกันในลีกที่แอนฟิลด์ โดยหนล่าสุดเกิดขึ้นในปี 1963 ขณะที่พวกเขาก็มีโอกาสจะยิงเกมเหย้าในลีกไม่ได้เป็นเกมที่ 4 ติดต่อกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

    เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันยังไม่แน่ว่าจะใช้งาน ซาดิโอ มาเน่ และ ฟาบินโญ่ ได้หรือไม่ แต่ทั้งคู่ก็กลับมาซ้อมกันได้แล้ว ขณะที่ โอซาน คาบัค กองหลังตัวใหม่จะมีชื่อในทีมเป็นครั้งแรก หลังย้ายมาจาก ชาลเก้ แบบยืมตัว

    นอกจากนี้ อาลีสซง เบ็คเกอร์ ที่ป่วยจนพลาดลงสนามในเกมล่าสุดก็จะรีเทิร์นกลับมาเฝ้าเสาได้ไม่มีปัญหา

    แมนฯ ซิตี้

    เรือใบ มีลุ้นเอาชนะได้ 14 นัดติดต่อกันรวมทุกรายการ ซึ่งจะกลายเป็นสถิติเทียบเท่าที่สโมสรจากลีกสูงสุดของอังกฤษทำได้เช่นเดียวกับ เปรสตัน ในปี 1982 และเท่ากับ อาร์เซน่อล ในปี 1987

    เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือชาวสเปนไม่มีรายงานถึงปัญหานักเตะบาดเจ็บเพิ่มเติมก่อนเกมบิ๊กแมตช์แต่อย่างใด

    ตอนนี้ ซิตี้ ที่เอาชนะมาตลอด 13 นัดทั้งในลีก และบอลถ้วยรวมกันจะยังคงไม่มี เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าที่กักตัวจากการติดเชื้อโควิด-19, เควิน เดอ บรอยน์ และ นาธาน อาเก้ ที่ยังต้องพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บอยู่เหมือนเดิม

    11 ตัวจริงตามคาด

    ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อาลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์, โอซาน คาบัค, ฟาบินโญ่, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน – จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ติอาโก้ อัลกันตาร่า – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่

    แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน – ชูเอา กานเซโล่, จอห์น สโตนส์, รูเบน ดิอาส, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ – แบร์นาร์โด้ ซิลวา, โรดรี้ เอร์นานเดซ, อิลคาย กุนโดกัน – ราฮีม สเตอร์ลิง, กาเบรียล เชซุส, ฟิล โฟเด้น

    ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์